โปรแกรมคำนวณไวร์เมช

โปรแกรมคำนวณไวร์เมช คำนวณจำนวนที่ต้องใช้แม่นยำ 100% พร้อมเผื่อระยะทาบ (Lap Splice) ตามหลักวิศวกรรม

ช่วยคุณประหยัดงบ ไม่สั่งเกิน ไม่สั่งขาด

1 ระบุรายละเอียดงาน

งานพื้นอาคาร
โรงจอดรถ & ถนน
งานอื่น ๆ

ถ้าพื้นที่ไม่เป็นสี่เหลี่ยม แนะนำแบ่งเป็นหลายช่วงแล้วคำนวณแยกแต่ละช่วง

ระบบคิดระยะทาบทั้งแนวข้างม้วน และรอยต่อที่เกิดจากความยาวม้วน

ค่าเริ่มต้น 0% เพราะระบบคำนวณระยะทาบให้แล้ว เพิ่ม Waste เฉพาะเมื่อหน้างานมีมุมตัดหรือความสูญเสียสูง

หมายเหตุ: เครื่องมือนี้ใช้สำหรับประมาณปริมาณวัสดุและขอราคา ไม่ใช่การออกแบบโครงสร้าง ขนาดลวด ระยะห่าง และจำนวนชั้นต้องยึดแบบ/วิศวกรโครงสร้างเป็นหลัก

ดูผลลัพธ์ที่นี่

สเปคเบื้องต้นสำหรับสอบถามราคา

...

...

พื้นที่จริง 0 ตร.ม.
จำนวนชั้น 1 ชั้น
ระยะทาบ 20 ซม.
เผื่อหน้างาน 0%

พื้นที่ติดตั้งรวม 0 ตร.ม.

เปรียบเทียบขนาดม้วน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง):

ม้วน 2 × 25 ม.
ม้วนละ 50 ตร.ม.
ใช้พื้นที่สต็อกน้อยกว่า
0
ม้วน
แนวปู: -
จำนวนแนว: -
วัสดุที่ใช้≈ -
พื้นที่สต็อก: -
รอยต่อยาว: -
เหลือโดยประมาณ: -
ม้วน 2 × 50 ม.
ม้วนละ 100 ตร.ม.
ใช้พื้นที่สต็อกน้อยกว่า
0
ม้วน
แนวปู: -
จำนวนแนว: -
วัสดุที่ใช้≈ -
พื้นที่สต็อก: -
รอยต่อยาว: -
เหลือโดยประมาณ: -

* ระบบทดลองหมุนแนวปู 2 ทิศทาง และนำเศษความยาวจากม้วนเดิมไปใช้ต่อ เพื่อลดการสั่งเกินโดยไม่ตัดทิ้งเป็นม้วนเต็มทุกแนว

จำนวนแผงที่ต้องสั่ง:

แผง 3 × 6 ม. (มาตรฐาน)
ระบบเลือกหมุน 3×6 หรือ 6×3 เพื่อให้ใช้แผงน้อยกว่า
0
แผง
แนววาง: -
พื้นที่สต็อก: -
จำนวนก่อน Waste: -
เผื่อหน้างาน: -

* งานถนน โรงงาน ผนัง และงานรับแรง ต้องยึดแบบวิศวกรรมก่อนสั่งผลิต

ผลลัพธ์เป็นการประมาณสำหรับพื้นที่สี่เหลี่ยม โดยสมมติว่าสามารถนำเศษม้วนที่เหลือไปใช้ต่อในแนวถัดไปได้จริง หน้างานที่มีช่องเปิด เสา มุมเว้า/โค้ง หรือข้อกำหนดห้ามต่อบางตำแหน่ง ควรให้ฝ่ายขายตรวจ Layout ก่อนยืนยันจำนวนสั่งซื้อ
ขอใบเสนอราคา →

สูตรคำนวณไวร์เมช

สูตรพื้นฐานคือ กว้าง (ม.) × ยาว (ม.) = พื้นที่จริง (ตร.ม.) แต่ในทางปฏิบัติเราไม่คำนวณจากพื้นที่อย่างเดียว เพราะม้วนไวร์เมชมีขนาดตายตัว (กว้าง 2 ม.) และต้องวางซ้อนทับกันทุกรอยต่อ โปรแกรมจึงใช้วิธีนับ จำนวนแถว × จำนวนม้วน ที่แท้จริง

ขั้นตอนที่ 1 — นับจำนวนแถว (ทิศทางกว้าง)
จำนวนแถว = 1 + ⌈ (กว้าง − 2) ÷ (2 − ระยะทาบ) ⌉
ขั้นตอนที่ 2 — นับม้วนต่อแถว (ทิศทางยาว)
ม้วนต่อแถว = 1 + ⌈ (ยาว − ความยาวม้วน) ÷ (ความยาวม้วน − ระยะทาบ) ⌉
ขั้นตอนที่ 3 — รวมทุกชั้น
ม้วนทั้งหมด = จำนวนแถว × ม้วนต่อแถว × จำนวนชั้น
💡 วิธีนี้แม่นยำกว่าการคูณ × 1.10 แบบเดิม เพราะนับจาก ขนาดพื้นที่จริง และ ระยะทาบที่ตั้งไว้ โดยตรง ทำให้ได้จำนวนม้วนที่ต้องสั่งซื้อแม่นยำโดยไม่บวมหรือขาด
ตัวอย่างจากลูกค้าจริง — พื้นที่ 24 × 30 ม. / 2 ชั้น / ทาบ 30 ซม.
พื้นที่จริง 24 × 30 = 720 ตร.ม.
จำนวนแถว (กว้าง 24 ม. ทาบ 0.3 ม.) 1 + ⌈22 ÷ 1.7⌉ = 14 แถว
ม้วน 2×25 ม. ต่อแถว (ยาว 30 ม.) 1 + ⌈5 ÷ 24.7⌉ = 2 ม้วน/แถว
รวม ม้วน 2×25 ม. (2 ชั้น) 14 × 2 × 2 = 56 ม้วน
รวม ม้วน 2×50 ม. (2 ชั้น) 14 × 1 × 2 = 28 ม้วน

LAP ระยะทาบ (Lap Splice) คืออะไร?

"ระยะทาบ" คือส่วนที่ตะแกรงแผ่นหนึ่งวางซ้อนทับอีกแผ่นหนึ่งตรงรอยต่อ หากไม่เผื่อระยะนี้ พื้นคอนกรีตบริเวณรอยต่อจะไม่มีเหล็กเสริม ทำให้เกิดรอยแตกร้าวได้ง่ายเมื่อรับน้ำหนัก

20 ซม. (1 ช่อง)
ค่าต่ำสุดที่แนะนำ เหมาะสำหรับงานเบาเช่นงานเททับหน้า หรือพื้นทางเดิน
30 ซม. (1.5 ช่อง) ★ แนะนำ
ค่ามาตรฐานที่นิยมใช้มากที่สุด สมดุลระหว่างความแข็งแรงและการประหยัดวัสดุ
40 ซม. (2 ช่อง)
สำหรับงานที่รับน้ำหนักมาก เช่น โรงจอดรถ หรืองานที่วิศวกรกำหนดไว้สูงกว่ามาตรฐาน
⚠️ ในโปรแกรม ระยะทาบจะถูกนำไปคำนวณทั้งทิศทางกว้างและทิศทางยาว พร้อมกัน ดังนั้นยิ่งพื้นที่มีรอยต่อมาก ตัวเลขม้วนที่คำนวณได้ก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

×2 การวางหลายชั้น (Multi-Layer)

งานบางประเภทต้องการเสริมแรงในทุกทิศทาง วิศวกรจึงกำหนดให้วาง2 ชั้นตั้งฉากกัน โปรแกรมรองรับการกรอกจำนวนชั้น และคูณผลลัพธ์ตามนั้นทันที

  1. 1 ชั้นแรก: วางม้วนขนานกับด้านยาวของพื้นที่
  2. 2 ชั้นที่สอง: วางตั้งฉากกับชั้นแรก 90 องศา เพื่อรับแรงในแนวขวาง
  3. 3 ใส่เหล็กเสริม (Spacer/Support) เพื่อยกชั้นล่างให้ลอยจากพื้น 3-5 ซม. ก่อนเทคอนกรีต
💡 โปรแกรมคำนวณด้วยสมมติฐานว่าทั้ง 2 ชั้นวางขนานกันในแนวเดิม เพื่อให้ตัวเลขม้วนเป็นค่าสูงสุด (Conservative) ไว้ก่อน หากวาง 2 ชั้นตั้งฉากกัน จำนวนม้วนจริงอาจต่างกันเล็กน้อย

มอก. ตารางน้ำหนักไวร์เมช (มาตรฐาน มอก.)

ใช้ตารางนี้ประมาณน้ำหนักวัสดุที่ต้องสั่ง หลังจากทราบจำนวนม้วนจากโปรแกรมแล้ว

ขนาดลวด ระยะห่าง (@) น้ำหนัก (กก./ตร.ม.) การใช้งานแนะนำ
Ø 3.0 มม. 20 × 20 ซม. 0.56 เททับหน้า (Topping)
Ø 4.0 มม. 20 × 20 ซม. 0.99 พื้นบ้าน, ทางเดิน
Ø 4.0 มม. 15 × 15 ซม. 1.32 โรงจอดรถเล็ก
Ø 5.0 มม. 20 × 20 ซม. 1.54 โรงจอดรถใหญ่
Ø 6.0 มม. 20 × 20 ซม. 2.22 ถนนคอนกรีต
Ø 9.0 มม. 20 × 20 ซม. 4.99 พื้นโรงงานหนัก
สูตรคำนวณน้ำหนักรวม
น้ำหนักรวม (กก.) = จำนวนม้วน × 50 (ตร.ม./ม้วน) × น้ำหนัก (กก./ตร.ม.)

* ใช้ขนาดม้วน 2×25 ม. = 50 ตร.ม. หรือ 2×50 ม. = 100 ตร.ม. ตามที่โปรแกรมแสดงผล

ได้จำนวนที่ต้องใช้แล้ว?

ทักไลน์หรือโทรหาเรา เพื่อเช็คสต็อกและราคาไวร์เมชพิเศษวันนี้

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สูตรคำนวณหาพื้นที่หน้าตัดตะแกรงเหล็กเพื่อใช้แทนเหล็กเส้นธรรมดาคืออะไร?

การใช้ไวร์เมชแทนเหล็กเส้นจะใช้สูตรการคำนวณโดยเปรียบเทียบจากพื้นที่หน้าตัดเหล็กและแรงดึงปลอดภัย (fs) โดยตะแกรงเหล็กมีค่า Yield Strength สูงถึง 5,500 ksc ซึ่งสูงกว่าเหล็กเส้นทั่วไปถึง 2 เท่า ทำให้ใช้ปริมาณเหล็กน้อยกว่าแต่รับแรงได้เท่าเดิม

ตามมาตรฐานการติดตั้งมี 2 วิธีหลัก คือ 1. สำหรับตำแหน่งที่รับแรงสูง ควรมีระยะทาบไม่น้อยกว่า 1 ช่องตะแกรงบวกอีก 5 ซม. และ 2. สำหรับตำแหน่งที่รับแรงไม่มาก ควรมีระยะทาบไม่น้อยกว่า 5 ซม. เพื่อความแข็งแรงของโครงสร้างพื้นคอนกรีต

ขนาดมาตรฐานของ ตะแกรงเหล็กแบบแผง (Sheet) จะมีความกว้างไม่เกิน 3.5 เมตร และยาวไม่เกิน 10 เมตร ส่วน แบบม้วน (Roll) ขนาด 4 มิล จะยาวได้ถึง 50 เมตร และขนาด 5-6 มิล จะยาวไม่เกิน 25 เมตร ซึ่งสามารถสั่งผลิตตามขนาดที่ต้องการได้เพื่อลดการเสียเศษเหล็ก

เนื่องจากไวร์เมชช่วยประหยัดเวลาการทำงานลงได้ถึง 60-90% เมื่อเทียบกับการผูกเหล็กเส้นธรรมดา ลดภาระค่าแรงงานได้กว่า 80% และช่วยลดต้นทุนวัสดุได้เนื่องจากมีกำลังดึงสูงกว่าเหล็กเส้นทั่วไปถึงสองเท่า (5,500 ksc vs 2,400 ksc) ทำให้ใช้จำนวนเหล็กน้อยลงในขณะที่คุณภาพงานสม่ำเสมอทุกจุดเชื่อม